เปิดเส้นทางแชมป์โลก จากหนุ่ม รปภ. คนเก็บขยะ แหลม ศรีสะเกษ

เปิดเส้นทางแชมป์โลก จากหนุ่ม รปภ. คนเก็บขยะ แหลม ศรีสะเกษ

IBCBET ศูนย์รวมของคนชอบกีฬาออนไลน์ในตอนนี้ เรามาดูเรื่องราวของนักมวยคนหนึ่งที่เป็นคนไทย เขาทุ่มเท ทั้งแรงกาย แรงใจ ก้าวขึนสู่เวทีแชมป์โลก จากหนุ่มที่ใครๆ เรียกเขาว่า นายร้อยหน้าลิฟ ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ หรือว่า หนุ่มรักษาความปลอดภัย แถมยังเดินอยู่บนเส้นทางที่ใครๆ ก็มองว่าด้อยค่า ไร้ความหมายในสายตาคนรวยๆ อย่างอาชีพคนเก็บขยะ แต่เขากลายเป็นอีกหนึ่งคนที่คนไทยทั้งประเทศยอมรับในหัวใจของเขา เจ้าแหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นั่นเอง

เจ้าแหลม ศรีสะเกษ ชื่อจริงๆ ของเขาก็คือ นาย วิศักดิ์ศิล วังเอง ชื่อเล่นของเขาก็คือ เจ้าตั้ม ในปัจจุบันนี้เขาคือนักชกไทย ที่ก้าวขึ้นไปป้องกันแชมป์โลก ดับบิว บีซี เอาไว้ได้ เรื่องราวของเราไม่ได้น่าสนใจในประเด็นที่พบกับความสำเร็จได้อย่างไร แต่มันน่าสนใจที่ว่า เส้นทางของเขาในอดีต เขาต้องอดทนและต้องลำบากแค่ไหน กว่ามาถึงความสำเร็จตรงนี้ได้ เขาฝ่าฟันอะไรมาบ้าง ซึ่งมีคนไทยหลายคนอยากจะสำเร็จเหมือนกับ เจ้าแหลม แต่ระหว่างเส้นทางที่เดิน มันอาจจะไม่อดทนเหมือนกับเขาจนหมดอนาคตไปในท้ายที่สุดเพราะขาดความพยายามนั่นเอง

 เปิดเส้นทางแชมป์โลก จากหนุ่ม รปภ. คนเก็บขยะ แหลม ศรีสะเกษ

เปิดเส้นทางแชมป์โลก จากหนุ่ม รปภ. คนเก็บขยะ แหลม ศรีสะเกษ

ณ แผ่นดินถิ่นอีสานที่ใครก็ว่ามันแห้งแล้ง อยู่บนแผ่นดินที่อำเภอ อุทุมพรพิสัย ในจังหวัดศรีสะเกษ เด็กน้อยคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวนักมวย ที่มีทั้งคุณปู่ คุณพ่อ คุณอา เดินอยู่บนอาชีพผืนผ้าใบทั้งหมด มันจึงกลายเป็นอีกนหึ่งสายพันธ์ที่มีดีเอ็นเอของนักชกติดตัวมาด้วยตั้งแต่เกิด แม้ว่าในวัยเด็กนั้น เจ้าแหลมยอมรับเลยว่าเขาไม่ชอบการต่อยมวยเลย เพราะตอนที่เขาเห็นทั้งปู่ พ่อ และอา กลับมาบ้านทีไร ก็ต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัวกลับมาบ้านตลอด หลังจากที่เขาได้ขึ้นชกบ้าง มันก็ทำให้เขานั้นกลัวการเจ็บตัวเหมือนๆ กับพ่อและอาของเขาด้วย แต่พอมีวันหนึ่ง ก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วมันก็ทำให้เจ้าแหลม พลิกผันได้ ก็คือ การมีเด็กในวัยเดียวกัน ได้เข้ามาท่าชกกันถึงหน้าบ้านของเขาเอง มันเลยเป็นการสะกิตดีเอ็นเอของนักสู้ได้ลุกโชนขึ้นมา บวกกับการซ้อมมวยของเขาอยู่แล้วที่บ้าน แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าแหลมก็ไม่เคยชกกับใครมาก่อน แต่ว่าลูกผู้ชายวัยหนุ่ม มันก็เกิดอาการฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ก็เลยไม่ยอมกับการท้าทายครั้งแรก ทำให้เจ้าแหลมนั้น ลุกขึ้นชกมวยกับคู่ชกที่ไม่ใช่กระสอบทรายเป็นครั้งแรกในชีวิต และ ครั้งแรกที่ชกนั้น เจ้าแหลม เองก็ชนะน็อคผู้ที่มาท้าชกได้อย่างสบายมือ มันกลายเป็นอีกหนึ่งจดเริ่มต้นของประตูสายกำปั้นที่ได้เปิดต้อนรับเจ้าแหลมอย่างจริงจัง  เมื่อเขาได้เข้าสู่เส้นทางนักชกแล้ว ชื่อแรกในวงการของเจ้าแหลมก็คือ ซุปเปอร์เล็ก ศิษป์ประเทือง แต่การเป็นนักมวย มันก็ไม่ใช่จะดีไปเสียทุกด้าน การเป็นนักมวย เขาก็ต้องคิดว่าจะอาอะไรกิน จะเอาเงินที่ไหนมาหาเลี้ยงแฟนสาว ผู้ที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอได้อย่างไร เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจ พาแฟนสาว ก้าวเข้ามาสู่เมืองหลวง ด้วยเส้นทางที่ไร้เป้าหมาย เขาเดินทางเข้ามากรุงเทพ ด้วยเงินติดตัวเพียงแค่ 500 บาทเท่านั้น พอมาถึงเมืองหลวง เขาเหลือเงินแค่ 20 บาท กับอีก 2 ชีวิต และ ใช้เงินที่เหลือขึ้นเป็นค่ารถ มุ่งหน้าไปที่เซนทรัล บางนา เพื่อที่จะไปหาพี่สาวของแฟนสาว เป็นที่พึ่งสุดท่าย

 เปิดเส้นทางแชมป์โลก จากหนุ่ม รปภ. คนเก็บขยะ แหลม ศรีสะเกษ

เปิดเส้นทางแชมป์โลก จากหนุ่ม รปภ. คนเก็บขยะ แหลม ศรีสะเกษ

อาชีพแรกของหนุ่มต่างจังหวัดความรู้น้อย อาชีพแรกเลยก็คือ พนักงานรักษาความปลอดภัยในห้างเซนทรัล บางนา แล้วก็มีการเดินสายหารายได้เสริม ด้วยการต่อยมวย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เขาถนัด ในสมัยที่อยู่บ้านนอก ชีวิตในกรุงเทพ เจ้าแหลมต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า ทำงานเป็น รปภ จนถึงห้าทุ่ม แล้วจากนั้นเขาก็ต้องไปต่อยมวยต่ออีก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ วันแล้ววันเร่า มันทำให้ร่างกายของเขานั้นไม่ไหว ไม่มีเวลาพักฟื้น จึงต้องกลายมาเป็นอีกหนึ่งอาชีพใหม่ ก็คือ คนเก็บขยะของ กทม นั่นเอง แม้ว่ามันเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่คนส่วนใหญ่ มองว่ามันไม่ค่อยจะมีเกียรติ ไม่ได้แต่งชุดหล่อๆ เท่ห์ๆ แต่เจ้าแหลมนั้นไม่ได้คิดอะไร คิดแค่เพียงแค่ เมื่อทำงานแล้วได้เงินเลี้ยงชีพ เท่านี้ก็พอ แล้วก็ขอแค่พอมีเวลาว่างให้พักผ่อนแล้วก็ออกไปต่อยมวยได้ก็พอแล้ว เจาแหลมนั้นก็เดินทางชกมวยเรื่อยๆ จนวันหนึ่ง โชคชะตานำพาให้เขานั้นได้ไปชกมวยที่ประเทศญี่ปุ่น จากการชักชวนของ่คนรู้จัก มันเลยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เจ้าแหลม นั้นต้องเปลี่ยนจากการที่เคยชกมวยไทย มาเป็นการชกมวยสากล แทน การไปชกที่ญีปุ่น มันเปนการแพ้ที่ยับเยินและเจ็บตัวมากถึง 3 ครั้ง แต่พอท้ายที่สุดแล้ว ความบอบช้ำมันสร้างความแข็งแกร่งให้กับเขาได้ ด้วยการไปต่อยมวยกับนักมวยในค่าย นครหลวงโปรโมชั่น แล้วก็กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจลูกชายของค่ายมวยนี้ เลยจับเซ็นต์สัญญา แล้วก็จับเจ้าแหลมบ่มเพาะเชิงมวยที่ถูกต้อง จนเขากลายมาเปป็นอีกหนึ่งนักมวยที่สร้างความสำเร็จได้อย่างมากมายในทุกวันนี้ที่พวกเราคอกีฬาจาก IBCBET ที่เข้าไปวางเดิมพันนั้นรู้ถึงดีกรีของนักชกไทยรายนี้นั่นเอง

นักเตะฝีเท้าดีแต่ตัดสินใจพลาดย้ายลีกแล้วอนาคตดับวูบ ติดตามกันที่นี่

นักเตะฝีเท้าดีแต่ตัดสินใจพลาดย้ายลีกแล้วอนาคตดับวูบ ติดตามกันที่นี่

นักเตะอาชีพนั้นนอกจากจะต้องตัดสินใจดีเป็นเลิศเวลาที่อยู่ในสนามด้วยแล้ว เวลาที่อยู่นอกสนาม นอกการแข่งขัน ก็เชื่อด่าก็ต้องตัดสินใจดีไม่แพ้กัน เพราะไม่อย่างงั้น อนาคตของตัวเองก็อาจจะดับวูบลงไปเหมือนกับ 4 แข้งดังในตอนนี้ที่เขาตัดสินใจย้ายลีกใหม่จนไปหมดอนาคตเรียกได้ว่าไม่น่าย้ายเลยทีเดียว มีใครบ้างติดตามได้ที่นี่ Ibcbet ช่องทางเดียว คลิ๊กเดียว ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสสำหรับคอฟุตบอลออนไลน์ที่อยากจะสนุก อยากจะลุ้นในทุกแมททั่วโลก

นักเตะฝีเท้าดีแต่ตัดสินใจพลาดย้ายลีกแล้วอนาคตดับวูบ ติดตามกันที่นี่

นักเตะฝีเท้าดีแต่ตัดสินใจพลาดย้ายลีกแล้วอนาคตดับวูบ ติดตามกันที่นี่

  นักเตะคนที่ 4 ก่อนเลย เขามีชื่อว่า โรเบโต้ โซดาโด้ ย้ายตัวเองจากสเปน ไป อังกฤษ นักเตะรายนี้เขาคืออีกหนึ่งแข้งเทพที่สร้างผลงานเอาไว้กับทีมบาร์เลนเซียร์ ในช่วงปี 2012 ที่เรียกได้ว่าเพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้นเขาสามารถคลำหาสกอร์อย่างไงก็เจอ ยิงไปแบบไม่ยั้ง เข้าไปทั้งหมด 30 ตุงๆ เน้นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ผลงานดีมันก็เหมือนกับมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่คนไทยเรามักจะเชื่อว่า คนที่ได้ลาภใหญ่ มักจะตามมาด้วยคำว่า ดวงตก กับ เคราะห์ที่ใหญ่หลวงตามมาด้วยติดๆ เช่นเดียวกันกับท่านพี่นักเตะคนนี้ เมื่อสร้างชื่อให้ตัวเองได้แล้วก็กลายเป็นที่หมายตาของทีมไก่เดือยทองเข้าอย่างจัง เลยทำให้มันกลายเป็นการเปิดดีลกันระหว่างสโมสรเพื่อขอซื้อตัวนักเตะรายนี้เข้าไปยังศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปค้าแข้งอยู่กับทีมไก่เดือยทอง สเปอร์ส ในเวลานั้น การสู่ขอ โซดาโด้ ในเวลานั้นก็ถือว่าจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียว มาคว้าไปด้วยจำนวน 26 ล้านปอนด์ แต่พอหลังจากที่ย้ายมาอยู่แดนผู้ดีแล้ว เหมือนกับเจ้าตัวนั้นขึ้นเครื่องมาแต่ตัว หัวใจและวิญญาณเพชรฆาตจอมสังหารประตูอาจจะลืมตกหล่นไว้ที่สเปนแล้ว ไม่ได้เอาขึ้นเครื่องมาด้วย เพราะหลังจากที่มาลงสนามให้กับทีมไก่เดือยทองในซีซั่นแรก ก็มอบโอกาสให้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 36 นัดในทุกๆ รายการ แต่ก็งมคลำหาสกอร์แทบจะไม่เจอ ได้แค่ 11 ตุงตาข่ายเท่านั้นเอง แต่ก็มีโอกาสที่ได้ยิงจำนวนไม่น้อย แต่ความเฉียบคมไม่มี ยิงทิ้งยิงขว้างเปลืองกระสุนเสียเปล่าๆ บางทีก็ยิงนกตกปลาบ้างตามอารมณ์ของท่านพี่แก เอาละ โค๊ชหรือว่าแฟนไก่เดือยทองอาจจะคิดว่านี่เพียงแค่ซีซั่นแรก ไม่เป็นไร ให้อภัยพี่เขาหน่อย ให้เวลาปรับตัวปรับใจกันบ้างสักหนึ่งซีซั่น ซีซั่นหน้าก็ว่ากันใหม่ แต่เมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่ โซดาโด้ ก็ไม่รับโอกาสนั้นเพราะในซีซั่นต่อมาในพรีเมียร์ลีก ตัวของนักเตะรายนี้ก็ฟอร์มออกทะเลไปเรื่อยๆ เรียกได้ว่าไม่กลับเลย กู้อย่างไงก็จนใจแล้ว ทำให้ฝีเท้าของเขานั้นแย่กว่าเดิมไปเรื่อยๆ เพราะทางทีมไก่เดือยทองมอบโอกาสให้ลงสนามต้ง 40 นัดในทุกรายการ แต่เจ้าตัวก็งมคลำหาสกอร์ได้แค่ 5 ตุงเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าน้อยกว่าซีซั่นแรกเสียอีก และเมื่อเป็นเช่นนี้แฟนบอลไก่เดือยทองก็มองแล้วว่า นี่คงไม่ใช่หนทางของนักเตะแล้ว ทางทีมไก่เดือยทองเลยจัดการขายตัวนักเตะรายนี้ออกไปแบบถูกๆ เพียงแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น เรียกได้ว่างานนี้นักเตะก็ดับ สโมสรก็เจ๊งกันไปเป็นแถวๆ

นักเตะฝีเท้าดีแต่ตัดสินใจพลาดย้ายลีกแล้วอนาคตดับวูบ ติดตามกันที่นี่

นักเตะฝีเท้าดีแต่ตัดสินใจพลาดย้ายลีกแล้วอนาคตดับวูบ ติดตามกันที่นี่

  นักเตะอันดับที่ 3 เขามีชื่อว่า มาเตญ่า เคสมันน์ ย้ายจากฮอลแลนด์ ไป อังกฤษ แฟนบอลก็น่าจะพอจำได้ว่า เขาคือเจ้าของรางวัลดาวซัลโซในลีกดัดซ์ 3 สมัย เรียกได้ว่ายิงกันถล่มทะลายในทุกๆ ฤดูกาลที่เขาลงเล่นในลีกดัดซ์ แค่นี้มันก็พอบอกได้ว่ามีเครื่องหมายการค้าที่ดีเยี่ยม เป็นนักเตะชั้นเลิศ ที่สามารถจะส่งออกไปต่างประเทศได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว มันเลยทำให้ในเวลานั้นทีมเศรษฐีใหม่หมาดๆ เงินก็ยังเยอะอยู่ อย่างทีมสิงห์บลู เชลซี จัดการไปคว้าตัวนักเตะรายนี้มาด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ จิ๊บๆ ชีลๆ ไม่ได้แพงสักเท่าไหร่ แล้วก็สร้างสถิติกับทีมเดิมในฮอลแลนด์กับทีมพีเอสวี เอาไว้ที่การลงเล่นไปทั้งหมด 176 นัดซัดไป 129 ประตูเลยทีเดียว แต่ก็ต้องหยุดเอาสถิตินั้นไว้แค่นี้ เพราะหลังจากที่ท่านพี่คนนี้เข้ามาที่อังกฤษ เหมือนกับเอาชื่อเสียงที่สะสมมานั้นมาทิ้งไว้ที่อังกฤษนี้แท้ๆ เนื่องจากตอนที่ทีมสิงห์บลู เชลซี ไปคว้าตัวมาเล่นด้วยเพียงแค่ซีซั่นแรกและเป็นซีซั่นเดียวในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เขาได้รับโอกาสที่จะได้ลงเล่นไปทั้งหมด 41 นัดด้วยกัน แต่สามารถยิงถล่มตาข่ายทีมอื่นได้แค่ 7 เม็ดเท่านั้น เรียกได้ว่าต่างจากสถิติดาวซัลโวอย่างมากเลยทีเดียว จากนั้นแล้วทีมสิงห์บลูก็ไม่ได้ให้โอกาสไปต่อในซีซั่นที่ 2 เพราะตัดสินใจปล่อยตัวนักเตะรายนี้ขายทิ้งให้กับทีมตราหมี แอด มาดริด ด้วยค่าตัวแค่ 5 ล้านปอนด์ ในเวบาต่อมา เรียกได้ว่าขาดทุนไป 2 ล้านปอนด์

นักเตะคนสุดท้ายที่นำมาเสนอกันที่นี่ Ibcbet ก็คือ ริคาโด้ กาก้า ย้ายจากอิตาลี่ไปสเปน เรียกได้เลยว่าการย้ายทีมของ ผีกาก้า คนนี้โลกลูกหนังคงไม่มีวันลืมเขาเป็นแน่แท้ เรียกได้ว่าเพราะเงินคำเดียวเลยที่มากถึง 56 ล้านปอนด์ สามารถลากแข้งเทพบุตรรายนี้จาก เอซี มิลาน มาอยู่ที่ เรอัล มาดริด ได้แต่ก็ได้เพียงแค่ตัว ไม่ได้วิญญาณความเทพมาด้วย เรียกได้ว่างานนี้ กาก้า ก็หมดมู๊ตไปมากทีเดียว

จัดอันดับ 5 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่อปีแพงที่สุดในโลก ประจำฤดูกาล 2017-2018

จัดอันดับ 5 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่อปีแพงที่สุดในโลก ประจำฤดูกาล 2017-2018

เรื่องของค่าเหนื่อยนักเตะที่เรามักจะคุ้นหูกันดีก็คือ จะมีการเปิดเผยกันมาเปนรายได้ต่อสัปดาห์ ที่ถือว่ามากมายกว่าคนอย่างเราๆ จะหาได้ทั้งปีด้วยซ้ำไป แต่ในตอนนี้การจัดอันดับใน IBCBET เซนเตอร์แห่งวงการลูกหนังออนไลน์ที่คุณไว้ใจได้มากที่สุด จะมาเผยกันเลยว่านักเตะที่มีรายได้ต่อปีที่มากที่สุดติดอนดับโลกประจำฤดูกาล 2017-2018 จะมีใครกันบ้าง และ นักเตะคนนั้นเขาทำรายได้กันไปในหนึ่งปี จะได้สักเท่าไหร่กันเชียว จะทำให้พวกเราอิจฉาตาร้อนกันได้มากสักแค่ไหน ไปติดตามกันเลย

จัดอันดับ 5 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่อปีแพงที่สุดในโลก ประจำฤดูกาล 2017-2018

จัดอันดับ 5 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่อปีแพงที่สุดในโลก ประจำฤดูกาล 2017-2018

เริ่มต้นจากนักเตะที่ได้น้อยที่สุดไปก่อนเลย เขาคนนั้นก็คือ กลาเซียร์โน่ เปเล่ จากสโมสรซานตง ลูหนึง ชื่อแบบนี้ก็รู้แน่ๆ ว่าเป็นลีกจากแดนมังกร ประเทศจีน ซึ่งค่าเหนื่อยที่เขาได้ต่อปีก็ถูกเปิดเผยออกมาอยู่ที่ 15 ล้านปอนด์ ฟังดูเท่านี้อาจจะไม่ค่อยเยอะสักเท่าไหร่ แต่พอหลังจากที่คิดออกมาเป็นเงินไทยแล้วต้องบอกได้คำเดียวเลยว่า โอ้โห. 675  ล้านบาทกันเลยทีเดียว เรียกได้เลยว่ามันเป็นเงินที่แอดมินหาทั้งชาติยังไม่ได้เท่านี้เลย เรียกได้ว่าอยากเกิดมาเป็นนักเตะเสียจริงเชียว นักเตะรายนี้เองก่อนหน้านี้เขาค้าแข้งอยู่กับทีมนักบุญแดนใต้ เซาส์ แธมป์ตัน สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่พอผ่านจากศึกฟุตบอลยูโร 2016 ไปแล้ว สโมสรฟุตบอลในลีกแดนมังกรทีมนี้ก็ไปดึงตัวนักเตะรายนี้เข้ามากอบโกยเงินทองในทันที แต่สำหรับแฟนบอลบ้านเรานั้น ต้องยอมรับเลยว่า มีส่วนน้อยคนทีเดียว ที่จะมีคนติดตามฟุตบอลในลีกจีน แม้แต่แอดมินเองก็ยังไม่ค่อยจะรู้ความเคลื่อนไหวสักเท่าไหร่ แล้วก็ยังสงสัยอยู่ว่า ทำไมลีกจีนเขาถึงจ้างนักเตะกันแพงเสียเหลือเกิน

ขยับตัวเลขกันขึ้นมาที่อีกหนึ่งนักเตะกันดีกว่า ไม่ใช่ใครอื่นไกล นี่คืออีกหนึ่งนักเตะของทีมผีแดง ที่กำลังมีกระแสร้อนแรงว่าจะย้ายทีม เข่าคนนั้นก็คือ พอล ป๊อกบา นั่นเอง ซึ่งตัวเลขที่มีการเผยกันออกมาเป็นค่าเหนื่อยต่อปีของเขานั้นอยู่ที่ 15.4 ล้านปอนด์ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ตกอยู่ที่ราวๆ 693 ล้านบาทเท่านั้นเอง ก็ยังถือว่าไม่มากสักเท่าไหร่ แค่หลักร้อย แต่มีเลข 0 เยอะหน่อยแค่นั้นเอง แอดมินทำบทความไปก็ต้องอิจฉาตาร้อนกันไป คิดอยู่ว่าจะเขียนบทความกี่ชาติจะได้เท่านี้ โอ้โห…พระเจ้าช่วยกล้วยทอดจริงๆ แต่ถ้าจะให้วิจารณ์ถึงตัวนักเตะที่แอดมินเองก็เป็นเด็กผีแดงคนหนึ่ง ก็คงต้องบอกเลยว่า ป๊อกบา นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว แต่ถ้าเขาตัดเรื่องอาการโชว์ให้น้อยลงกว่านี้ แล้วก็เป็นสไตล์ที่เล่นแบบไม่ค่อยจะหวงบอลกันสักเท่าไหร่ ตรงนี้อาจจะมองได้เลยว่าน่าจะฟอร์มเฝ้าฝักได้ดีกว่านี้เป็นแน่แท้เลยทีเดียว

ขยับกันขึ้นมาอีกหนึ่งอันดับ นักเตะรายนี้มีนามว่า คีลเลี่ยน เอมบัพเป้ บอกได้คำเดียวเลยว่าพ่อหนุ่มรายนี้รวยตั้งแต่วัยรุ่นเลยทีเดียว เรียกได้ว่าค้าแข้งอีกสักปีสองปีก็พอกินพอใช้พอเที่ยวหญิงได้สบายๆ ถ้าไม่อยากจะเป็นตำนานนักเตะขนาดนั้นนะ เพราะว่า เอมบัพเป้ ในเวลานี้อายุก็เพียงแค่ 19 ปีเท่านั้นเอง ก็สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองจนเรียกค่าเหนื่อยต่อปีได้อย่างมากมายมหาศาลจริงๆ ก็มีการเผยกันออกมาว่า ค่าเหนื่อยของเขานั้นจะอยู่ที่ 15.9 ล้านปอนด์ ถ้าคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ ก็ตกอยู่ที่ 715.5 ล้านบาท เรียกได้ว่าฟอร์มของเขานั้นร้อนแรงจนพัฒนามาได้เร็วมากๆ เนื่องจากว่าในปีที่แล้ว เขายังแจ้งเกิดกับทีมโมนาโกได้เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้นเอง แต่ในเวลานี้องบอกเลยว่ากลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะอายุน้อยที่สามารถคว้านค่าตัวกันไปได้อย่างสุดยอดเลยทีเดียว ยอมรับเลยจริงๆว่าอายุยังไม่ถึง 20 ยังมีรายชื่อติดระดับ Top 10 ของโลกไปแล้วในเวลานี้ ช่างยอดเยี่ยมเสียเหลือเกิน

 จัดอันดับ 5 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่อปีแพงที่สุดในโลก ประจำฤดูกาล 2017-2018

จัดอันดับ 5 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่อปีแพงที่สุดในโลก ประจำฤดูกาล 2017-2018

ขยับกันเข้ามาอีกหนึ่งอันดับคือนักเตะคนนี้มีชื่อเป็นฮีโร่อยู่ในค่ายมาเวล เขามีนามว่า อักช์ นั่นเอง ตอนนี้เขาได้ค้าแข้งอยู่กับสโมสรเซี่ยงไฮ่ เอฟไอพีจี ซึ่งนักเตะรายนี้มีการเปิดเผยกันออกมาว่า ค่าเหนื่อยของเขาต่อปีอยู่ที่ 17.6 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็แค่ 792 ล้านบาทต่อปีเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าไม่ได้มาก ไม่ได้น้อยเลยทีเดียว ซึ่งการไปขุดทองในลีกจีนก็ถือว่าเป็นทองแท้ในเวลานี้จริงๆ

มากันที่นักเตะคนสุดท้ายที่จะมาจัดอันดับกันใน IBCBET ตอนนี้ก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ พี่โด้ แห่งชุดขาวของเรานี่แหละ มีการเผยกันออกมาว่า พี่โด้ ได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 18.5 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ตกอยู่ที่ราวๆ 832.5 ล้านบาทต่อปีเท่านั้นเอง ก็ถือว่าไมได้มากได้มายอะไร แล้วก็ยังมีนักเตะที่ได้มากกว่านี้อีก เพราะนี่ยังไม่ใช่นักเตะที่มีรายได้ต่อปีมากที่สุด ใครอยากจะรู้ก็ต้องติดตามกันได้ในตอนต่อไปๆ มีมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันอย่างแน่นอน

จัดอันดับนักเตะที่ย้ายข้ามลีกแล้วไม่ต้องรีรอ ลีลา ซีซั่นแรกก็ยิงระเบิดระเบ่อ

จัดอันดับนักเตะที่ย้ายข้ามลีกแล้วไม่ต้องรีรอ ลีลา ซีซั่นแรกก็ยิงระเบิดระเบ่อ

เวลาปรับตัว พวกเขาไม่ต้องการสำหรับนักเตะที่เรานำมาจัดอันดับกันที่นี่ IBCBET ช่องทางของโลกฟุตบอลออนไลน์ เรียกได้ว่านักเตะที่นำมาเสนอรายชื่อกันต่อไปนี้พวกเขากลายเป็นนักเตะในประวัติศาสตร์ชาติลูกหนังที่เขานั้นได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ เอาไว้ได้และต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะที่ย้ายข้ามลีกได้สุดยอด ไม่ต้องการเวลาในการปรับตัวให้เสียเวลา เสียนาฬิกา เสียน้ำใจแฟนบอลกันเลยทีเดียว จะมีนักเตะคนไหนบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

จัดอันดับนักเตะที่ย้ายข้ามลีกแล้วไม่ต้องรีรอ ลีลา ซีซั่นแรกก็ยิงระเบิดระเบ่อ

จัดอันดับนักเตะที่ย้ายข้ามลีกแล้วไม่ต้องรีรอ ลีลา ซีซั่นแรกก็ยิงระเบิดระเบ่อ

นักเตะคนแรก ญาญ่า ตูเร่ ย้ายข้ามลีกจาก ลา ลีก้า สเปน เข้ามาค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียกได้ว่าในเส้นทางการค้าแข้งของ ตูเร่ ที่อยู่กับทีมเจ้าบุญทุ่มอยู่ 3 ปีนั้น เขาเองเป็นได้เพียงแค่ส่วนเกินอยู่ข้างสนามเท่านั้น พอหลังจากนั้นทีมเรือใบสีฟ้าของท่านชีค ก็เห็นแววของพ่อหนุ่มคนนี้จัดการหอบเงินจำนวนหนึ่งไปสู่ขอมาอยู่ที่ทัพเรือในปี 2010 เรียกได้ว่าในตอนนั้นแฟนบอลหรือคอบอลที่ทายผลบอลออนไลน์กันใน IBCBET ก็มักจะพูดกันว่า โอ้ยยยย ทีมเรือใบเจ้าของทีมมันมีเงินเสียเปล่าแต่โง่ ใช้เงินไม่เป็นไปคว้าใครมาก็ไม่รู้ แถมไปซื้อมาก็แพงตั้ง 24 ล้านปอนด์เลย จะใช้การได้ดีจริงหรือ แต่พอหลังจากท่านพี่ ตูเร่ ได้ลงแตะสนามหญ้าที่พรีเมียร์ลีกเท่านั้นแหละ เหมือนกัน เทพตูเร่ อย่างงั้นก็ไม่ปาน แล้วเสียงวิจารณ์ต่างๆ นานา ก็ถูกกลบลบหายไปในพริบตาด้วยผลงานของเขา เรียกได้ว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งยิง ทั้งจ่าย ทั้งแกร่ง เล่นได้ทั้งรับและรุก ได้หน้าก็ไม่ลืมหลัง ได้หลังก็ไม่ลืมหน้า เอ๊ะ ฟังดูแปลกๆ นะ แต่ก็เอาเถอะ เอาเป็นว่า ท่านพี่ตู่เร่ เมื่อย้ายมาอยู่ที่ทัพเรือแล้วเขาก็กลายเป็นกำลังสำคัญของทีม ส่งผลทำให้ทีมเรือใบไปคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาร่วมทีม

นักเตะคนที่ 2 เฆซุส โอซิล ย้ายข้ามลีกจากบุนเดส ลีก้า มาอยู่ที่ลีก ลา ลีก้า สเปน ถอยหลังไปในตอนนั้น โอซิล ในวัยเพียงแค่ 21 ขวบ เรียกได้ว่าผลงานเข้าตาทีมใหญ่ใน ลา ลีก้า ทั้ง มาดริด และ บาร์ซ่า ต่างก็พากันแย่งตัวมาอยู่ด้วยกันทั้งนั้น รวมไปถึงทีมปืนใหญ่ และ ปีศาจแดง ในพรีเมียร์ลีก ก็อยากจะได้ตัวนักเตะคนนี้เช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายแล้วในเวลานั้นก็เป็นทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่ได้ตัวไปในที่สุด ไปสู่ขอมาด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร แต่ในเวลานั้นแฟนบอลของชุดขาวก็บ่นๆ กันว่า เจ้าเด็กที่ไม่เคยห่างบ้านแบบนี้จะใช้งานใช้การได้ดีสักแค่ไหน เขาต้องปรับตัวอีกนานเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่าตัว แต่เปล่าเลย คำพวกนี้มันใช้ไม่ได้กับ โอซิล สักนิดเดียว ทันใดนั้นเอง ก้าวแรกที่ โอซิล ได้รับคำสั่งจาก จ่ามู ให้ลงสนามพิสุจน์ฝีเท้า แล้วก็มีผลงานที่เข้าตาทั้ง จ่ามู และ แฟนบอลชุดขาว สามารถที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงได้ในทันทีแบบที่ไม่ต้องรอเวลาอะไรแล้วทั้งสิ้น แม้ว่าในภายหลังต่อมา มีข่าวว่าทั้งคู่แอบมีเรื่องไม่กินเส้นกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ส่งผลใดๆ ในสนามเลย ทำให้ผลงานของ โอซิล ในฤดูกาลแรกของสีเสื้อชุดขาว เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงมากถึง 53 นัดในทุกๆ รายการ และ สามารถยิงทำประตูไปได้ 10 เม็ด และเป็นการเปิดบอลจ่ายให้เพื่อนยิงแบบง่ายๆ อีกเพียบ จนได้รับฉายาเจ้าพ่อแอสซิสไปเลย

จัดอันดับนักเตะที่ย้ายข้ามลีกแล้วไม่ต้องรีรอ ลีลา ซีซั่นแรกก็ยิงระเบิดระเบ่อ

จัดอันดับนักเตะที่ย้ายข้ามลีกแล้วไม่ต้องรีรอ ลีลา ซีซั่นแรกก็ยิงระเบิดระเบ่อ

นักเตะคนที่ 3 เนย์มาร์ พ่อหนุ่มร่างทองคำรายนี้ เขาย้ายข้ามลีกจาก ลา ลีก้า สเปน มาอยู่ที่ลีกเอิง ที่เมืองน้ำหอม เป็นนักเตะที่ย้ายข้ามลีกแบบสดๆ ร้อนๆ ที่สุดในบรรดานักเตะที่กล่าวมาในลิสนี้ เพราะพึ่งย้ายไปเมื่อซีซั่นนี้ แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวใดๆ ทั้งสิ้น ย้ายข้ามลีกไปแล้วก็พร้อมทำงานได้ทันทีทันใด ไม่ต้องมารีรอ ลีลา อะไรแล้ว เขาสามารถที่จะสถาปนาตัวเองให้กลายเป็นแข้งเบอร์หนึ่งรุ่นใหญ่ในทีมได้อย่างไม่มีที่ติ ผลงานในปัจจุบันนี้ลงเล่นไปแล้ว 30 นัด ซัดไปได้ที่ 18 ประตู และ เปิดบอลให้เพื่อนยิงอีก 16 แอสซิส กันเลยทีเดียว

นักเตะคนสุดท้ายที่จัดว่าเทพสุดๆ แบบไม่ต้องรอเวลาอะไร ย้ายข้ามลีกก็เป็นสุดยอดตลอดกาลได้ เขาคนนั้นก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือว่า พี่โด้ ของเรานี่แหละ ย้ายข้ามลีกจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาอยู่ที่ ลา ลีก้า สเปน หลังจากที่ท่นพี่โด้นั้นสร้างอะไรไว้เยอะแยะกับทีมปีศาจแดงแล้ว พี่โด้ ก็มากอบโกยเงินทองมหาสานต่อที่ชุดขาว ลงสนามแตะหญ้าที่สเปนนัดแรกก็ไม่รีรออะไร ซัดกันได้ตั้งแต่นัดแรก แสดงให้รู้เลยว่านี่แหละคือของจริง ฟุตบอลคือฟุตบอลเหมือนกันหมดไม่ต้องปรับตัวใดๆ และ ฤดูกาลแรกของชุดขาว พี่โด้ ทำสถิติลงเล่นไป 35 นัด ซัดไป 33 ประตู และ ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงบัดนี้ พี่โด้ ก็ยังไม่หยุดยิงเลยเป็นเวลานานถึง 8 ปีแล้ว นี่ก็คือ 4 นักเตะที่ย้ายข้ามลีกแบบไม่ต้องรอเวลาปรับตัว สุดยอดจริงๆ